Camera: D800 VS 5D Mark III วัดกันเฉพาะฟังก์ชั่น เรื่องคุณภาพไฟล์ไว้เถียงกันทีหลัง วิเคราะห์กันแบบแลกหมัด

เห็นเมืองนอกเปรียบเทียบกันมากมายเหลือเกินระหว่างคู่กัด 2 ค่ายกับ Nikon D800 และ Canon EOS 5D Mark III มาวันนี้น้าป๋วย TechXcite อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็ขอมาลองเปรียบเทียบชนกันระหว่างกล้องสองตัวนี้สักหน่อยดีกว่า

 

ออกตัวเสียงดังฟังชัดเลยว่า บทความนี้ ไม่ได้เปรียบเทียบเรื่อง Noise เรื่องคุณภาพไฟล์ แม้ว่ากล้องที่คุณซื้อมา อยากจะได้ภาพที่ดีที่สุด แต่เห็นหลายๆที่หลายๆแห่งเค้าเปรียบเทียบกันไปแล้ว เลยขอมานำเสนอในเรื่องคุณสมบัติอื่นและฟังก์ชั่นการใช้งานที่น่าจะเป็นตัวตัดสินใจด้วย ลองไปดูทีละเรื่องกันเลยดีกว่าครับ

การปรับตั้งค่า ISO

  • D800 สามารถตั้งค่า ISO ได้ตั้งแต่ 100-6400 หรือปรับขยายได้ตั้งแต่ 50-25,600
  • 5D Mark III สามารถตั้งค่า ISO ได้ตั้งแต่ 100-25,600 หรือปรับขยายได้ตั้งแต่ 50-102,400

5D Mark III สามารถเบียดชนะด้วยการตั้งค่า ISO ที่มากกว่า (แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ใช้งานก็ตาม) แต่ในบางสถานการณ์ก็มีประโยชน์ไม่น้อย เช่น การใช้ค่า ISO 50 ยามที่ต้องการถ่ายภาพด้วยสปีดชัตเตอร์ต่ำ แต่ไม่มี ND Filter เป็นต้น

ความละเอียดเซ็นเซอร์

  • D800 ความละเอียดเซ็นเซอร์ 36.3 ล้านพิกเซล
  • 5D Mark III ความละเอียดเซ็นเซอร์ 22.3 ล้านพิกเซล

D800 ได้เปรียบเรื่องขนาดพิกเซลที่ใหญ่กว่าถึง 60% ซึ่งแน่นอนว่าได้เปรียบในเรื่องการเก็บรายละเอียด การเอาภาพมาขยาย หรือแม้แต่การครอปภาพแล้วยังได้จำนวนพิกเซลที่เพียงพอต่อการใช้งาน (ส่วนเรื่อง Noise ไม่รู้ครับ) ให้ D800 ได้เปรียบละกันในเรื่องของการเอาไฟล์ไปใช้งาน

จอ LCD หลังกล้อง

  • D800 ขนาดจอ 3.2 นิ้ว ความละเอียด 921,000 จุด
  • 5D Mark III ขนาดจอ 3.2 นิ้ว ความละเอียด 1,040,000 จุด

5D Mark III ดูจะได้เปรียบเรื่องจอหลัง ที่มีความละเอียดมากกว่า ทำให้การแสดงผลที่ชัดกว่า ให้ 5D Mark III อีกคะแนน แม้ว่าจะต่างกันนิดเดียวก็ตาม

แฟลชหัวกล้อง

  • D800 มีแฟลชหัวกล้องให้ใช้งาน และสามารถใช้เป็นตัวสั่งงานแฟลชไร้สายได้
  • 5D Mark III ไม่มี

D800 ชนะเห็นๆ ในเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งานที่มีแฟลชหัวกล้องมาให้ เพราะใช้ได้ทั้งลบเงา หรือไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แถมไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์สั่งงานแฟลชไร้สายให้เสียตังค์อีก ให้ D800 ชนะไปละกัน

การถ่ายภาพต่อเนื่อง

  • D800 รัวได้ 4 ภาพต่อวินาที
  • 5D Mark III รัวได้ 6 ภาพต่อวินาที

5D Mark III มีโอกาสบันทึกภาพเหตุการณ์ในเสี้ยววินาทีได้มากกว่า ใครเห็นความสำคัญของการใช้งานถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง จัดไปครับ

น้ำหนักตัว

  • D800 หนัก 900 กรัม
  • 5D Mark III หนัก 950 กรัม

D800 น้ำหนักตัวเบากว่าครึ่งขีด แม้ว่าจะนิดหน่อย แต่ก็เอาไป 1 แต้ม

จุดโฟกัส

  • D800 มีจุดโฟกัส 51 จุด
  • 5D Mark III มีจุดโฟกัส 61 จุด

5D Mark III เหนือกว่าด้วยจุดโฟกัสที่มากกว่า ถามว่าโฟกัสเร็วขึ้นหรือเปล่า ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีจุดให้เลือกตำแหน่งโฟกัสเยอะกว่าแล้วกัน

ราคา

  • D800 เปิดตัวมาด้วยราคา 99,000 บาท
  • 5D Mark III เปิดตัวมาด้วยราคา 111,900 บาท

D800 ถูกกว่าอยู่ถึง 12,000 บาท สำหรับราคาเปิดตัว ราคานี้เหลือตังค์ไว้ซื้อแฟลชเพิ่มได้อีกตัวเลย ส่วนหน้าร้านขายอยู่ที่เท่าไร คงต้องไปสืบกันเองครับ

RAW File

  • D800 ไม่มี sRaw ที่เป็นไฟล์ขนาดเล็ก ดังนั้นจัดเต็ม
  • 5D Mark III มีให้เลือกทั้ง RAW และ sRaw

5D Mark III มีขนาดไฟล์ RAW ให้เลือก ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเม็มโมรี่ที่อาจเต็มก่อนกำหนด ให้ 5D Mark III ชนะ

การเชื่อมต่อ USB

  • D800 รองรับ USB 3.0
  • 5D Mark III รองรับ USB 2.0

D800 รองรับการทำงานของ USB 3.0 ซึ่งแน่นอนว่าโหลดภาพจากตัวกล้องได้เร็วกว่า เว้นแต่ว่าคุณไม่มีคอมพิวเตอร์รองรับ หรือไม่ก็ใช้วิธีโหลดจากการ์ดรีดเดอร์ที่รองรับ USB 3.0 เอาเป็นว่า D800 เฉือนนิดนึงละกัน

เป็นอย่างไรบ้างครับ หลังจากดูจุดเด่นคร่าวๆที่ไม่ใช่เรื่องของไฟล์ภาพเพียงอย่างเดียว น่าจะมีประเด็นบางอย่างที่ผู้ใช้งานหลายๆคนต้องการแต่ตัวกล้องไม่ Support ให้ เอาเป็นว่าดูพอขำๆ อย่าทะเลาะกัน เพราะทั้งสองรุ่นนี้ก็เป็นกล้องสุดยอดด้วยกันทั้งคู่ ใครดราม่าเดี๋ยวถึงหูครูอังคณาแน่ (เกาะกระแส ขอติด Keyword หน่อยละกัน)

บทความโดย : น้าป๋วย TechXcite

วันที่ : 09/05/2555
TAG :
ที่มา : TechXcite.com
Link : http://www.techxcite.com/topic/9035.html
   
   
หมวด :
ข่าวเทคโนโลยี
สถานะ :
ข่าวเด่น
ผู้ชม :
228 view
 
   

 

ข่าวเด่นประจำวัน